

เมื่อสามปีก่อน ตระกูลเจิ้งสมคบคิดกับจางฮุ่ย แฟนเก่าของโอวหยางเจี๋ย ร่วมกันใส่ร้ายและส่งเขาเข้าคุก ทว่าในเรือนจำ โอวหยางเจี๋ยกลับได้พบปรมาจารย์ลึกลับผู้หนึ่ง และได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์ไร้เทียมทาน วิชาแพทย์ รวมถึงศาสตร์กลยุทธ์แห่งกุ่ยกู่ จากนั้นปรมาจารย์ผู้นั้นได้พาเขาออกสู่ต่างแดน จนสามารถพิชิตเหล่ายอดฝีมือไปทั่วโลกตะวันตก และได้รับฉายาว่า มัจจุราช สามปีต่อมา โอวหยางเจี๋ยหวนคืนสู่บ้านเกิดเพื่อล้างแค้นให้กับความอยุติธรรมในอดีต ระหว่างนั้นเขาบังเอิญช่วยชีวิตฉู่ซือหย่าเอาไว้ ฉู่ซือหย่าไม่ยอมแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ตามคำสั่งของตระกูล จึงขอให้โอวหยางเจี๋ยมาเป็นสามีกำมะลอและจดทะเบียนแต่งงานกับเธอ เพื่อใช้เขาเป็นไม้กันหมาและหลีกหนีจากการแต่งงานที่ถูกบังคับ

หลินฝานพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่ง บังเอิญช่วยชีวิตหลิ่วอีอีประธานสาวเอาไว้ ทว่าสุดท้ายพวกเขาทั้งคู่กลับสลับประสาทสัมผัสกันซะงั้น เมื่อหลิ่วอีอียกโจ๊กกุ้งหอยเชลล์ขึ้นมาดม เธอกลับได้กลิ่นเหม็นรุนแรง ขณะที่หลินฝานเดินเข้าห้องน้ำ กลับได้กลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กซีฟู้ดแทน ในวันอากาศหนาวจัด หลินฝานขี่มอเตอร์ไซค์โต้ลมแรงด้วยความเร็วสูง แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลย ตัดภาพไปที่ประธานสาวสุดสวยนั่งอยู่ในรถหรูที่เปิดฮีตเตอร์จนสุด แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ ทุกอย่างดูเหมือนดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งวันหนึ่งประธานสาวเรียกหลินฝานเข้าไปในห้องทำงานเพียงลำพัง เธอคว้าเนคไทของเขาแล้วดึงเข้ามาประจันหน้ากัน หลิ่วอีอี :“สารภาพมาซะ ช่วงนี้นายรู้สึกว่าร่างกายแปลกไปบ้างไหม”
![[พากย์เสียง] ในอีกสามวัน สามีและพี่ชายต่างสำนึกผิดแทบบ้า](https://acfs3.goodshort.com/dist/src/assets/images/pc/common/f901131c-default-book-cover.png)
ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองขั้นรุนแรง และเหลือเวลาชีวิตอีกเพียงสามวันเท่านั้น เมื่อสามีปฏิเสธขอความช่วยเหลือครั้งที่ 188 ของฉัน ฉันจึงถือผลตรวจเดินเข้าศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย "สวัสดี ฉันต้องการนัดเผาศพของตัวเอง และยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล" สิบนาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึง ฉันยังไม่ได้พูดอะไร จัสเปอร์ ฮอร์ตัน สามีที่เป็นทนายความก็ตบหน้าฉันอย่างเย็นชา "เธอแกล้งป่วยเป็นโรคร้ายแรงเพื่อจะเรียกร้องความสนใจแข่งกับแจนนิสเนี่ยนะ?" เคซีย์ คาร์เตอร์ พี่ชายที่เป็นหมอ แย่งรายงานการตรวจไปจากมือฉันแล้วหัวเราะเยาะอย่างสมเพช "ลูปัสเนี่ยนะ? ถ้าจะแกล้งป่วย ก็ช่วยทำให้มันน่าเชื่อถือหน่อย โอกาสเป็นโรคนี้น่ะมีแค่หนึ่งในล้านเท่านั้นแหละ" ฉันอดทนต่อความเจ็บปวดทั่วร่างกาย เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ และยื่นใบสมัครพร้อมประวัติการรักษาอีกครั้ง พนักงานเห็นผื่นรูปผีเสื้อบนข้อมือของฉันด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ "ฉันไม่เหลือครอบครัวอีกแล้วค่ะ" ฉันเอ่ย "ฉันขอแจ้งความประสงค์ให้ทำการเผาศพในอีกสามวันข้างหน้า ที่ไหนก็ได้ ฉันแค่ไม่อยากให้ความตายของฉันต้องไปเป็นภาระของใคร"