

อัจฉริยะหญิงเย่หลิวอิ๋งในวัยเยาว์ถูกเมิ่งหว่านถิงช่วยเหลือระหว่างทางถูกขายไปยังหอนางโลม เหตุนี้เย่หลิวอิ๋งและเมิ่งหว่านถิงจึงใช้ชีวิตพึ่งพาอาศัยกัน หลายปีต่อมา กู้ฉางชิงสามีของเมิ่งหว่านถิงสอบติดจอหงวนเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้า ขณะที่เย่หลิวอิ๋งเข้าวังเป็นเพื่อนเมิ่งหว่านถิงเพื่อรับกู้ฉางชิง เมิ่งหว่านถิง กู้ฉางชิงและลูกที่ยังเป็นทารกก็ถูกยงกุ้ยเฟยสังหาร เย่หลิวอิ๋งเห็นคดีเลือดเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เพื่อแก้แค้นหนี้เลือดให้เมิ่งหว่านถิง หนึ่งปีให้หลัง เย่หลิวอิ๋งจึงย่างเข้าสู่การแย่งชิงความโปรดปราน ทว่าหลังจากพลิกผันหลายตลบ กลับพบว่าฆาตกรคือคนอื่น...

รักกันมา 3 ปี แต่งงานกันมา 4 ปี ความสัมพันธ์ 7 ปี ชังสือซวี่กลับเชื่อเมียน้อย เอาเธอขึ้นศาลด้วยมือของตัวเอง ประโยคหนึ่งที่ว่า "คุณยอมรับผิดเถอะ" ทำให้ใจกู้ซีหร่านสลายเป็นเถ้า เธอพลิกสถานการณ์ในชั้นศาล พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ทำให้ผู้ชายเฮงซวยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเมียน้อย วินาทีที่เธอพ้นผิด เธอเลยพูดกับเขาว่า "ชังสือซวี่ เราหย่ากันเถอะ"

ความฝันของเธอคือการเป็นนักบิน แต่เธอมีลูกกับเขาโดยบังเอิญ และต้องละทิ้งความฝันนั้นไป เพื่อดูแลสามีและสอนลูก แต่หลังจากเธอแต่งงานไป 7 ปี เธอพบว่าเขามีผู้หญิงคนอื่น และเธอเห็นกับตาว่า เขาสาบานกับคนอื่นว่าจะร่วมเป็นร่วมตายกัน ซึ่งทำให้เธอยอมแพ้และต้องเสียชีวิตในอุบัติเหตุเครื่องบินครั้งนั้น แต่โดยไม่คาดคิด เธอไปเกิดใหม่ในช่วงเวลาที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก เธอสาบานกับตัวเองว่า เธอต้องเปลี่ยนจุดจบให้ได้...
![[พากย์เสียง] เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีไปให้ไกล](https://acfs3.goodshort.com/dist/src/assets/images/pc/common/f901131c-default-book-cover.png)
ชาติที่แล้ว ฉือเยาได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างและมอบหัวใจให้กับทุกคน แต่สุดท้าย กลับถูกอาจารย์เจ้าสำนักสังหารด้วยมือของเขาเองโดยไม่แยกแยะผิดถูก ณ ใต้แท่นเฉียนคุน ก่อนตายฉือเยาถึงได้รู้ว่า ในสายตาของอาจารย์ ไม่ว่าด้านไหนนางก็เทียบศิษย์น้องอย่างฉือหร่วนหร่วนไม่ได้เลย เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในวัยหกขวบ ฉือเยาจึงหันหลังและวิ่งหนีไป บ้านหลังนี้ นางไม่ต้องการมันอีกแล้ว

อดีตนักการทูตมือทองเจียงหวั่น ลาออกเพื่อครอบครัว แต่กลับถูกสามีและลูกชายเมิน เธอจึงหย่าและหวนคืนสู่วงการในนามหวั่น สะเทือนเวทีโลกอีกครั้ง กว่าสามีจะสำนึกได้ก็สายไปแล้ว สุดท้ายสามีก็ตายในสนามรบ พร้อมทิ้งจดหมายสารภาพรักว่าอยากเคียงข้างเธอจนแก่เฒ่า และเจียงหวั่นก็เดินหน้าสู่ภารกิจใหม่พร้อมลูกๆ

เซี่ยหรูสวี่หลังเรียนจบก็แต่งงานกับลู่หวยชวน มีลูกให้ลู่หวยชวน ดูแลแม่ ทำทุกสิ่งเพื่อสามีและลูกโดยไม่บ่นสักคำ จู่ๆ วันหนึ่งกลับโดนรถชนเพื่อช่วยลูกกับลู่หวยชวนที่เดินฝ่าไฟแดง พอฟื้นขึ้นมาระบบหนึ่งที่ชื่อว่าระบบเอาใจชาวบ้านก็ปรากฏตัวขึ้น เซี่ยหรูสวี่ถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้ผู้หญิงในโลกของตัวเองล้วนถูกผูกติดอยู่กับระบบนี้ การรับรู้ถูกควบคุมอยู่ แล้วก็เพราะเซี่ยหรูสวี่ยอมสละชีวิตได้เพื่อช่วยลู่หวยชวนกับลูก นับว่าทำภารกิรของระบบเอาใจชาวบ้านได้สำเร็จ เลยได้รับรางวัลมากมายจากระบบ หลังจากที่เซี่ยหรูสวี่ได้เห็นธาตุแท้ความชั่วของสามีและความเนรคุณของลูกก็เลยตาสว่างขึ้นมา ตบหน้าเมียน้อยชายชั่ว พบเจอรักแท้ ขณะที่ทุกสิ่งกำลังจะสมบูรณ์แบบ เซี่ยหรูสวี่ก็โดนรถชนอีกครั้ง พอฟื้นมาอีกครั้งถึงพบว่าเวลาย้อนกลับมาตอนตัวเองโดนรถชนครั้งแรกอีกครั้งหนึ่ง... ระบบอะไรต่างๆ ก็หายไปหมดแล้ว! คราวนี้ เธอจะต้องพึ่งพาตัวเองในการไต่เต้าขึ้นไปสู่จุดสูงสุด!

เดิมทีเจียงเสียวหม่านเป็นคุณหนูแห่งตระกูลเจียง ทว่าถูกเจียงหนานอีใส่ร้ายจนถูกตระกูลเจียงไล่ออกจากวงศ์ตระกูล เธอขุดเจอสมบัติจนได้รับเงินทุนโดยอาศัยความทรงจำ ลงทุนในโปรเจกต์และแข่งขันกับตระกูลเจียง ในงานเฟ้นหานักลงทุน เธอโต้กลับได้สำเร็จโดยไม่เกรงกลัวการใส่ร้ายของเจียงหนานและแรงกดดันของตระกูลเจียง หลังจากนั้น เธอก็แฉการกระทำแสนชั่วช้าของเจียงหนาน ทำให้เจียงหนานได้รับผลกรรมที่ตนเองก่อ ท้ายที่สุด เจียงเสียวหม่านก็ทิ้งอดีตและจับมือเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเพื่อนซี้ แสดงให้เห็นจิตวิญญาณแห่งความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ และความกล้าหาญที่จะไล่ตามตนเอง

เพื่อช่วยเหลือเขา ฉู่เยว่หลีขบคิดทุกวิถีทางทำให้เขาได้เป็นเทพสงครามเพียงหนึ่งเดียวแห่งตงหลิง คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งสตรีนางหนึ่งได้เข้ามาในชีวิตเขา ฉู่เยว่หลีค่อย ๆ ค้นพบว่า สายตาที่ลู่เฟิงจิ่นมองนางค่อย ๆ เรียบเฉยลง แต่พอมองสตรีอีกนางกลับมีความร้อนแรงมากมาย ฉู่เยว่หลีฉีกหนังสือหมั้นทิ้งในคืนนั้น แล้วจากมาอย่างไม่ไยดี

เหลิ่งเยว่หนิง จอมพลหญิงแห่งจิงเป่ย กลับมาอย่างยิ่งใหญ่จากการรบ เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนน้องสาวที่บ้านของน้องเขย แต่เพราะเธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ จึงถูกครอบครัวของน้องเขยดูถูกเหยียดหยาม น้องสาวของเธอ พยายามปกป้องเธออย่างสุดกำลัง แต่กลับถูกสามีและครอบครัวของเขาทรยศหักหลังและทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี เมื่อเห็นดังนั้น เหลิ่งเยว่หนิงก็หมดความอดทน เธอตัดสินใจสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้กับครอบครัวของน้องเขย ณ ตรงนั้นทันที...

หลังจากพ่อแม่ที่แท้จริงรับซูเสว่กลับตระกูลซู เธอก็ถูกพี่ ๆ และซูรั่วรั่วลูกบุญธรรมตระกูลซูรังแกสารพัด สุดท้าย เธอถูกซูรั่วรั่วใส่ร้ายและฆ่าจนตาย ซูเสว่มีโอกาสย้อนกลับไปเกิดใหม่เมื่อ 10 ปีก่อน เธอจึงตั้งใจทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นคนตระกูลซูอย่างสาสม แม้ภายหลังทุกคนจะรู้ว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ มันก็สายไปแล้ว เพราะเธอจะไม่อภัยให้เด็ดขาด
![[พากย์เสียง] กุนซือหญิงพิชิตแผ่นดิน](https://acfs3.goodshort.com/dist/src/assets/images/pc/common/f901131c-default-book-cover.png)
เพื่อช่วยเหลือเขา ฉู่เยว่หลีขบคิดทุกวิถีทางทำให้เขาได้เป็นเทพสงครามเพียงหนึ่งเดียวแห่งตงหลิง คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งสตรีนางหนึ่งได้เข้ามาในชีวิตเขา ฉู่เยว่หลีค่อย ๆ ค้นพบว่า สายตาที่ลู่เฟิงจิ่นมองนางค่อย ๆ เรียบเฉยลง แต่พอมองสตรีอีกนางกลับมีความร้อนแรงมากมาย ฉู่เยว่หลีฉีกหนังสือหมั้นทิ้งในคืนนั้น แล้วจากมาอย่างไม่ไยดี

หลี่เซี่ยจิ่ง พี่สาวฝาแฝดอิจฉาพรสวรรค์บัลเลต์ของน้องสาวหลี่รุ่ยจิ่ง ถึงขั้นฆ่าพ่อแล้วจับน้องขายให้เจ้าหนี้เงินกู้ ลบตัวตนของรุ่ยจิ่งออกไปจากชีวิตทุกคนรุ่ยจิ่งที่ความจำเสื่อมใช้ชื่อใหม่ว่าหลี่รุ่ยเหยียน กลายเป็นสาวระบำเปลื้องผ้า ก่อนจะกลับมาในตัวตนใหม่ แทรกซึมเข้าไปในคณะบัลเลต์จูดิธ เพื่อเปิดฉากล้างแค้น แย่งคืนและทำลายทั้งการงาน ความรัก และชื่อเสียงของเซี่ยจิ่งทีละอย่างขณะเดียวกันเซี่ยจิ่งก็ถูกความแค้นและความหมกมุ่นกัดกิน พยายามจะกำจัดรุ่ยจิ่งให้สิ้นซาก ท่ามกลางเกมอำนาจของหัวหน้าคณะบัลเลต์ ความรักบิดเบี้ยวของจินเต้าจิ้นเจ้าของคลับระบำเปลื้องผ้า และความรู้สึกสั่นคลอนของเสินอวี่ซีคู่หมั้นเซี่ยจิ่ง เส้นทางล้างแค้นของสองพี่น้องจะพาเธอทั้งคู่ไปจบที่ตรงไหนกันแน่

ด่งอวี่ซิน ชาติที่แล้วเป็นคนรักแบบสุดโต่ง หลังสามีเสียชีวิต เธอกลับไปเอาใจชายเลว จางชุนจวิน ช่วยเลี้ยงลูกของชายเลวคนนี้ทั้งบ้าน แต่กลับไม่สนใจลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง สุดท้ายเมื่อแก่ตัวลง กลับถูกครอบครัวของชายเลวทำร้าย และถูกทอดทิ้งกลางถนนจนรอความตาย ก่อนตาย ด่งอวี่ซินเพิ่งตระหนักว่าตัวเองควรดูแลลูกสาวแท้ ๆ ให้ดีกว่านี้ เมื่อได้เกิดใหม่ เธอจึงเริ่มต้นเรื่องราวที่แตกต่างจากชีวิตเก่าโดยสิ้นเชิง

เมื่ออายุ 18 ปี เสิ่นเซียต้องสูญเสียพ่อแม่จากการไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพื่อปกป้องน้องทั้งสี่คน เธอจัดฉากเหตุการณ์ไฟไหม้และแบกรับความแค้นเพียงลำพัง หลังสืบสวนลึกลงไป เธอพบว่าเจ้ามือเบื้องหลังมีอำนาจมหาศาล เกรงว่าจะทำให้น้อง ๆ ต้องเดือดร้อนจึงตัดใจส่งพวกเขาไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ แล้วแสร้งทำตัวเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ใช้เวลา 30 ปี แฝงตัวเป็นหน่วยลับของตำรวจลับล้างคม สามสิบปีหลัง เสิ่นเซียวัย 48 ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ร้าย ส่วนน้อง ๆ ที่ประสบความสำเร็จในวงการต่าง ๆ กลับโกรธเธออยู่ น้องสาวคนที่สาม เสิ่นเหยียน ใช้เทคโนโลยีสมองกลล่าสุดเปิดไลฟ์สตรีมิงขุดความทรงจำของพี่สาว เพื่อพิพากษาความผิดของเธอ น้องสาวคนที่สอง เสิ่นหมิง ลองสวมบทบาทพี่สาว กลับพบความจริงที่น่าตกใจในความทรงจำนั้น

ก่อนที่ซูหว่านฉิงจะตาย เพิ่งรู้ว่าเจียงหย่วนเฉิงสามีของตนยังมีชีวิตอยู่ แค่เขาแอบอ้างเป็นเจียงข่ายหมิงพี่ชายฝาแฝดของเขา แล้วไปเป็นสามีภรรยากับพี่สะใภ้ เกิดใหม่อีกชาติ ซูหว่านฉิงตั้งใจจะล้างแค้นอย่างสาสม

เพราะเฉียวหนิงเป็นลูกสาวนอกสมรส ช่วงวัยเด็กเธอจึงโกรธเกลียดพ่อที่รักเธอ และหนีไปเมืองนอก จนกลายเป็นผู้นำองค์กรหงส์แดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวการป่วยของพ่อ จึงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เคยทำลงไป หลังกลับประเทศ เธอพบว่าน้องชายและน้องสาวต่างมารดากำลังเสพสุขกับการเป็นบ้านใหญ่ ถูกดูหมิ่นจากภรรยาน้อย ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทนแล้ว......

ชาติก่อนเวินเซี่ยงหว่านบีบให้ลู่อี้เฉิง อาเล็กของเธอแต่งงานกับตัวเอง โดยไม่ได้คิดเลยว่าเธอจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต ก่อนตาย เสิ่นชิงชิง คนในหัวใจของลู่อี้เฉิงทำให้เซี่ยงหว่านเข้าใจว่าลู่อี้เฉิงไม่รักเธอ ทั้งยังไปมีลูกกับคนอื่น สุดท้ายเธอจึงจากไปด้วยความเกลียดชัง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวินเซี่ยงหว่านได้ย้อนกลับมาเมื่อ 40 ปีก่อน ตอนที่เธอทิ้งการสอบเข้ามหาลัยไปแต่งงานกับลู่อี้เฉิง ครั้งนี้ เวินเซี่ยงหว่านตัดสินใจฉีกใบสละสิทธิ์การสอบทิ้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นของตัวเอง

"กู้เหมียนเดิมเป็นทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรตระกูลกู้ แม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก พ่อของเธอถูกจ้าวหลานจือที่เป็นชู้และกู้โหรวเอ๋อร์ลูกสาวของเขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อเข้าไปเสาะหาความจริงเกี่ยวกับการตายของแม่ของเธอและยึดตระกูลกู้กลับมาเป็นของเธอ กู้เหมียนได้เริ่มต้นเส้นทางแห่งการแก้แค้นของเธอเพียงลำพัง แต่บังเอิญเข้าไปพัวพันกับฮั่วเหลิ่งคุณชายแห่งองค์กรตระกูลฮั่ว"